รอบดวงตาเป็นบริเวณที่แสดงอายุก่อนส่วนอื่นของใบหน้าเสมอ เหตุผลอยู่ที่โครงสร้างของผิวเอง — ผิวหนังรอบดวงตาบางกว่าผิวบริเวณอื่นหลายเท่า มีต่อมไขมันน้อย จึงเก็บความชุ่มชื้นได้ไม่ดี และยังเป็นบริเวณที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาจากการกะพริบตาและการแสดงสีหน้า
เมื่อคอลลาเจนเริ่มลดลงตามวัย ผลจึงปรากฏที่นี่ก่อน เป็นริ้วรอยเล็ก ๆ หางตา ผิวใต้ตาที่เริ่มหย่อนและดูเป็นถุง รวมถึงเปลือกตาบนที่ดูหนักลงจนชั้นตาไม่ชัดเหมือนเดิม
ทำไมรอบดวงตาถึงดูแลยากกว่าบริเวณอื่น
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าไม่มีวิธีรักษา แต่อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีจำนวนมากลงบริเวณนี้ไม่ได้ เพราะผิวบางและอยู่ใกล้ลูกตา หลายเครื่องจึงต้องเว้นระยะห่างจากขอบตา ทำให้ตรงที่เป็นปัญหาที่สุดกลับเป็นตรงที่รักษาไม่ถึง
การดูแลบริเวณนี้จึงต้องการเครื่องที่ควบคุมพลังงานได้แม่นยำพอ และมีหัวทรีตเมนต์ที่ออกแบบมาสำหรับผิวบางโดยเฉพาะ
Volnewmer ทำงานอย่างไร
Volnewmer เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ที่ใช้คลื่นความถี่ 6.78 MHz ส่งความร้อนลงไปในชั้นผิว เพื่อให้คอลลาเจนเดิมที่เสื่อมสภาพหดตัว แล้วกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งเป็นกลไกเดียวกับที่ทำให้ผิวดูแน่นและเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
จุดที่ทำให้เครื่องนี้เหมาะกับรอบดวงตาเป็นพิเศษมีสามอย่าง
- หัวทรีตเมนต์เฉพาะสำหรับรอบดวงตา — ออกแบบมาให้ลงบริเวณผิวบางได้ จึงดูแลได้ถึงตำแหน่งที่เป็นปัญหาจริง แทนที่จะต้องเว้นไว้
- การวัดค่าความต้านทานผิวก่อนปล่อยพลังงาน — เครื่องตรวจสภาพผิวในแต่ละจุดก่อนยิงทุกช็อต แล้วปรับพลังงานให้เหมาะสม ทำให้ควบคุมความร้อนได้สม่ำเสมอ
- ระบบทำความเย็นต่อเนื่อง — ปกป้องผิวชั้นบนตลอดการรักษา และช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นระหว่างทำ
โปรแกรม Volnewmer Eyes ดูแลอะไรได้บ้าง
- ริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณหางตาที่ปรากฏชัดขึ้นเวลายิ้ม
- ผิวใต้ตาที่เริ่มหย่อนคล้อยและดูไม่เรียบตึง
- เปลือกตาบนที่ดูหนัก ทำให้ชั้นตาไม่ชัดเท่าเดิม
- ผิวรอบดวงตาโดยรวมที่ดูบางลงและขาดความกระชับ
สิ่งที่โปรแกรมนี้ไม่ได้ทำคือการเติมเต็มร่องใต้ตาที่ลึกจากการสูญเสียปริมาตร หรือแก้ถุงใต้ตาที่เกิดจากไขมันดันออกมาเป็นก้อนชัดเจน สองกรณีนี้เป็นคนละสาเหตุและต้องใช้แนวทางอื่น ซึ่งแพทย์จะประเมินให้ตั้งแต่วันปรึกษา
ระหว่างทำและหลังทำเป็นอย่างไร
ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นเป็นระยะ ซึ่งเป็นความร้อนที่ควบคุมไว้ในระดับที่ผิวรับได้ ส่วนใหญ่รู้สึกเจ็บน้อยเพราะมีระบบทำความเย็นทำงานควบคู่ตลอดเวลา หลังทำอาจมีรอยแดงเล็กน้อยที่มักหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น
ผลลัพธ์แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกจะรู้สึกกระชับขึ้นจากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม ส่วนผลที่ชัดเจนกว่านั้นจะค่อย ๆ ปรากฏเมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้น ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน
ทำร่วมกับเทคโนโลยีอื่นได้ไหม
ได้ และในหลายกรณีให้ผลดีกว่าการใช้เครื่องเดียว เพราะปัญหารอบดวงตามักมาจากหลายชั้นพร้อมกัน ตัวอย่างที่พบบ่อยคือการดูแลผิวเปลือกตาโดยตรงด้วย Thermage FLX ซึ่งมีข้อบ่งใช้สำหรับบริเวณผิวหนังรอบดวงตา ร่วมกับการยกกระชับบริเวณรอบเบ้าตาด้วย Ultherapy Prime เพื่อยกคิ้วและหางตา
อีกทางเลือกหนึ่งคือโปรแกรม EMFACE Eyes ซึ่งทำงานคนละแบบกับกลุ่มที่ให้ความร้อนกับผิว โดยกระตุ้นกล้ามเนื้อรอบดวงตาร่วมกับคลื่นวิทยุ จึงช่วยเรื่องถุงไขมันใต้ตาและทำให้รอยคล้ำใต้ตาดูจางลงได้ด้วย เมื่อใช้ร่วมกับ Volnewmer ที่ดูแลคุณภาพผิวโดยตรง จึงครอบคลุมปัญหารอบดวงตาได้กว้างขึ้น — อ่านรายละเอียด EMFACE
แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าควรใช้เทคโนโลยีใดบ้าง ในลำดับและระยะห่างเท่าไร ตามสภาพผิวของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย
ต้องทำกี่ครั้ง
ขึ้นกับสภาพผิวเริ่มต้นและระดับความหย่อนคล้อย บางรายเห็นความเปลี่ยนแปลงจากครั้งเดียว บางรายเหมาะกับการทำเป็นคอร์สต่อเนื่อง แพทย์จะแจ้งจำนวนครั้งที่คาดไว้ตั้งแต่วันปรึกษา
ผลอยู่ได้นานแค่ไหน
คอลลาเจนใหม่ที่สร้างขึ้นจะอยู่กับผิวไปสักระยะ แต่กระบวนการเสื่อมตามวัยยังดำเนินต่อไป จึงมักแนะนำให้ดูแลซ้ำเป็นระยะเพื่อรักษาผลลัพธ์ไว้
ใส่คอนแทคเลนส์มาได้ไหม
ควรถอดก่อนเข้ารับการรักษา และแจ้งเจ้าหน้าที่หากเคยทำหัตถการบริเวณรอบดวงตามาก่อน เช่น การฉีดสารเติมเต็มหรือการผ่าตัดตาสองชั้น เพราะมีผลต่อการวางแผนการรักษา
เหมาะกับทุกคนหรือไม่
มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง
ปรึกษาแพทย์ที่ DR. SUPRANEE CLINIC ทองหล่อ
อ่านรายละเอียดเครื่องเพิ่มเติมได้ที่หน้า Volnewmer หรือดูภาพรวมเทคโนโลยียกกระชับทั้งหมดที่หน้า เทคโนโลยียกกระชับผิว
ผลลัพธ์จริงจะแตกต่างไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และการดูแลตนเองหลังการรักษา ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนตัดสินใจ
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 098-829-0922
