ความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอไม่ได้เกิดที่ผิวเพียงอย่างเดียว ตามวัยผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินได้น้อยลง ชั้นไขมันใต้ผิวเลื่อนลงต่ำและลดปริมาณลง กล้ามเนื้อใบหน้าเสียความตึงตัว ขณะที่โครงกระดูกซึ่งรองรับทุกชั้นก็ค่อย ๆ ยุบตัวลงเช่นกัน โดยมีแสงแดด มลภาวะ การพักผ่อนไม่พอ และน้ำหนักที่ขึ้นลงบ่อยเป็นตัวเร่ง ผลที่เห็นคือริ้วรอย ร่องลึก และกรอบหน้าที่ไม่ชัดเหมือนเดิม
ทางแก้ที่เคยมีแค่การผ่าตัด วันนี้มีเทคโนโลยีที่ส่งพลังงานลงไปยังชั้นที่เป็นต้นเหตุได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องผ่าตัดและแทบไม่มีระยะพักฟื้น บทความนี้รวม 9 เทคโนโลยียกกระชับ ที่ DR. SUPRANEE CLINIC ทองหล่อ มีให้บริการ ว่าแต่ละเครื่องต่างกันตรงไหน และเหมาะกับปัญหาแบบใด
เทคโนโลยียกกระชับทำงานอย่างไร
แม้จะใช้พลังงานคนละชนิด แต่หลักการพื้นฐานคล้ายกัน คือส่งความร้อนหรือพลังงานกลลงไปที่ความลึกที่ต้องการ เพื่อให้เกิด 3 กระบวนการต่อเนื่อง
- Collagen Shrinkage — เส้นใยคอลลาเจนเดิมที่เสื่อมสภาพหดตัว ทำให้รู้สึกกระชับขึ้นได้ในระยะแรก
- New Collagen Production — ร่างกายตอบสนองด้วยการสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วงสัปดาห์ถึงเดือนถัดมา
- Collagen Remodeling — คอลลาเจนใหม่จัดเรียงตัวใหม่ ผิวจึงดูแน่นและเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
สิ่งที่ทำให้แต่ละเครื่องต่างกันคือ ชนิดของพลังงาน และ ความลึกที่พลังงานลงไปถึง ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าเหมาะกับปัญหาแบบไหน
อัลตราซาวด์
1. Ultherapy Prime
ใช้พลังงาน Micro-Focused Ultrasound with Visualization ที่ส่งความร้อนแบบจุดโฟกัส (TCPs) ลงไปได้ถึง 3 ระดับความลึก คือ 1.5 มม. สำหรับริ้วรอยบนชั้นผิว 3.0 มม. สำหรับชั้นไขมัน และ 4.5 มม. ลงถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงในการผ่าตัดยกกระชับ จุดเด่นคือมีระบบภาพอัลตราซาวด์ให้แพทย์เห็นชั้นผิวขณะทำ ทำให้ปล่อยพลังงานได้ตรงตำแหน่ง ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บบ้าง จึงมีการทายาชาก่อนเสมอ
เหมาะกับ ผู้ที่ต้องการยกกระชับกรอบหน้าและใต้คางที่หย่อนคล้อยชัดเจน — อ่านรายละเอียด Ultherapy Prime
2. SOFWAVE
ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่ 12 MHz แบบ Synchronous Ultrasound Parallel Beam ปล่อยพลังงานพร้อมกัน 7 แท่ง ขนานไปกับผิวที่ระดับ Mid Dermis ซึ่งเป็นชั้นที่อัดแน่นด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างและใช้เวลาไม่นาน มีระบบ Sofcool ระบายความเย็นที่ผิวชั้นบนช่วยให้เจ็บน้อยลง
เหมาะกับ ริ้วรอยตื้นถึงปานกลาง ผิวไม่เรียบเนียน และหลุมสิวระดับปานกลาง — อ่านรายละเอียด Sofwave
3. HIFU Sygmalift
ใช้พลังงาน HIFU 3D Ultrasound เลือกหัวทรีตเมนต์ได้ตามปัญหา ระดับ 2 มม. สำหรับยกกระชับผิวชั้นตื้น ริ้วรอยรอบดวงตาและลำคอ และระดับ 5 มม. ที่ลงลึกถึงชั้นไขมันเพื่อทำให้กรอบหน้าชัดขึ้นแบบ V-Shape เป็นเทคโนโลยีที่เจ็บน้อยเมื่อเทียบกับ HIFU รุ่นเดิม
เหมาะกับ ผู้ที่อยากได้กรอบหน้าเรียวขึ้นและกังวลเรื่องความเจ็บ — อ่านรายละเอียด HIFU Sygmalift
คลื่นวิทยุ (RF)
4. THERMAGE FLX
ใช้พลังงาน Monopolar RF กระจายความร้อนจากผิวชั้นบนลงไปถึงชั้นไขมันเป็นบริเวณกว้าง ทำให้คอลลาเจนหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวจึงดูแน่นกระชับและกรอบหน้าดูเรียวขึ้น ผ่านมาตรฐาน US FDA สำหรับใช้รักษาบริเวณผิวหนังรอบดวงตาโดยตรง ซึ่งเป็นบริเวณที่หลายเทคโนโลยีไม่สามารถลงได้
เหมาะกับ ผิวหย่อนคล้อยเป็นบริเวณกว้าง และผู้ที่มีปัญหาหนังตาบนหย่อน — อ่านรายละเอียด Thermage FLX
5. Volnewmer
ใช้ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ปล่อยพลังงานลงชั้นผิวได้อย่างสม่ำเสมอและควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ จุดเด่นคือมีหัวทรีตเมนต์เฉพาะสำหรับบริเวณรอบดวงตา จึงดูแลผิวบางบริเวณนี้ได้โดยไม่ต้องเลี่ยง
เหมาะกับ ริ้วรอยและความหย่อนคล้อยรอบดวงตา รวมถึงผิวหน้าและลำคอโดยรวม — อ่านรายละเอียด Volnewmer
6. EXION
เทคโนโลยีล่าสุดที่ผสาน RF เข้ากับ Targeted Ultrasound ทำงานร่วมกันเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มกรดไฮยาลูรอนิกในผิวตามธรรมชาติ ที่คลินิกให้บริการ 3 โปรแกรม ได้แก่ EXION Face สำหรับยกกระชับและเติมความชุ่มชื้น, EXION Fractional RF สำหรับพื้นผิวและหลุมสิว และ EXION Clear RF สำหรับปัญหาสิวและต่อมไขมัน
เหมาะกับ ผู้ที่ต้องการดูแลทั้งความกระชับและคุณภาพผิวไปพร้อมกัน — อ่านรายละเอียด EXION
ไมโครเวฟ
7. ONDA Pro
ใช้พลังงานไมโครเวฟความถี่ 2.45 GHz ที่เรียกว่า Coolwaves ซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับเข้าสู่เซลล์ไขมันได้ดีเป็นพิเศษ จึงจัดการได้ทั้งไขมันสะสมบริเวณใต้คางและแก้มที่ทำให้ใบหน้าดูบวม พร้อมกับกระชับผิวไปในคราวเดียว มีระบบทำความเย็นที่ผิวชั้นบนตลอดการรักษา
เหมาะกับ ใบหน้าที่ดูอวบจากไขมันสะสม เหนียงใต้คาง — อ่านรายละเอียด ONDA Pro
เลเซอร์
8. Titanium Lifting
เป็นไดโอดเลเซอร์ 3 ความยาวคลื่นจาก ALMA คือ 755, 810 และ 1064 นาโนเมตร ที่ทำงานพร้อมกัน ทำให้ความร้อนกระจายในชั้นผิวหลายระดับอย่างต่อเนื่อง ให้ความรู้สึกอุ่นสบายระหว่างทำ ไม่มีระยะพักฟื้น จึงเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นดูแลความหย่อนคล้อย
เหมาะกับ ผิวเริ่มหย่อนคล้อยระยะแรก ผู้ที่ต้องการทรีตเมนต์ที่เจ็บน้อยและกลับไปทำงานต่อได้ทันที — อ่านรายละเอียด Titanium Lifting
HIFES + Synchronized RF
9. EMFACE
เป็นเทคโนโลยีที่ทำงานกับ 2 โครงสร้างพร้อมกัน คือใช้ HIFES (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าให้กลับมามีความตึงตัว ร่วมกับ Synchronized RF ที่ดูแลชั้นผิว ผลคือใบหน้าดูกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ร่องแก้มและร่องใต้ตาดูตื้นลง และใบหน้าดูมีวอลุ่มขึ้นโดยไม่ต้องฉีดสารเติมเต็ม แทบไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ
เหมาะกับ ผู้ที่ใบหน้าดูแบนราบ ตอบโจทย์เรื่องวอลุ่มและร่องแก้มโดยไม่ต้องฉีด — อ่านรายละเอียด EMFACE
เลือกเทคโนโลยีอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง
- หย่อนคล้อยชัดเจน กรอบหน้าหาย — เริ่มจากกลุ่มที่ลงลึกถึงชั้น SMAS หรือชั้นไขมัน เช่น Ultherapy Prime, HIFU Sygmalift
- ผิวหย่อนเป็นบริเวณกว้าง ผิวไม่แน่น — กลุ่ม RF เช่น Thermage FLX, Volnewmer
- ใบหน้าอวบจากไขมันสะสม เหนียงใต้คาง — ONDA Pro
- ร่องแก้มลึก ใบหน้าดูแบนราบ — EMFACE
- ริ้วรอยรอบดวงตา ผิวบาง — Volnewmer, Thermage FLX
- เพิ่งเริ่มดูแล ไม่อยากพักฟื้น — Titanium Lifting, Sofwave, EXION
ในทางปฏิบัติ ปัญหาความหย่อนคล้อยมักเกิดจากหลายปัจจัยพร้อมกัน การรักษาจึงมักได้ผลดีกว่าเมื่อออกแบบเป็นโปรแกรมที่ผสมเทคโนโลยีมากกว่าหนึ่งชนิด แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้า ความหนาของชั้นไขมัน และสภาพผิวของแต่ละคนก่อนเลือกแนวทาง
ดูภาพรวมและตารางเปรียบเทียบทั้งหมดได้ที่หน้า เทคโนโลยียกกระชับผิว หรืออ่านแนวทางการรักษาตามปัญหาที่หน้า โปรแกรมยกกระชับใบหน้าและลำคอ
คำถามที่พบบ่อย
เห็นผลเร็วแค่ไหน
ส่วนใหญ่จะรู้สึกกระชับขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงแรกจากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจริง ๆ จะเห็นเมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน
ต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน
ขึ้นกับชนิดของเทคโนโลยีและสภาพผิวของแต่ละคน โดยทั่วไปกลุ่มอัลตราซาวด์และ RF มักทำซ้ำปีละครั้ง ส่วนกลุ่มที่เน้นกล้ามเนื้อหรือคุณภาพผิวจะทำเป็นคอร์สต่อเนื่องแล้วตามด้วยการดูแลเป็นระยะ
เจ็บไหม ต้องพักฟื้นหรือไม่
ความรู้สึกต่างกันไปตามเทคโนโลยีและความไวของแต่ละบุคคล บางเครื่องรู้สึกเพียงอุ่น บางเครื่องอาจรู้สึกเจ็บบ้างจึงมีการทายาชาก่อน โดยทั่วไปไม่ต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้
อายุเท่าไรจึงเริ่มทำได้
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับสภาพผิวมากกว่าอายุ หลายคนเริ่มดูแลตั้งแต่ผิวเริ่มสูญเสียความกระชับเล็กน้อย ซึ่งมักได้ผลดีกว่าการรอจนหย่อนคล้อยมากแล้ว
ปรึกษาแพทย์ที่ DR. SUPRANEE CLINIC ทองหล่อ
DR. SUPRANEE CLINIC มีเทคโนโลยียกกระชับครบทั้ง 9 ชนิดข้างต้น ให้แพทย์เลือกใช้และผสมผสานได้ตามปัญหาจริงของแต่ละคน ด้วยประสบการณ์ด้านผิวพรรณและความงามมากกว่า 20 ปี
ผลลัพธ์จริงจะแตกต่างไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และการดูแลตนเองหลังการรักษา ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนตัดสินใจ
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 098-829-0922
